ขนมปุยฝ้าย ปุยนุ่ม (Steam Smiling Cake)

ขนมปุยฝ้าย ปุยนุ่ม

ขนมปุยฝ้าย ขนมนึ่งเนื้อนุ่มร่วน ไม่เหนียว คือขนมที่มีส่วนประกอบหลัก คือ แป้ง น้ำตาล น้ำเปล่า ไข่เล็กน้อย(เมื่อเทียบกับปริมาณของแป้ง) และมี ส่วนประกอบอื่นๆ คือ กลิ่นมะลิ น้ำมะนาว สุดท้ายคือเอสพี สารเสริม ที่ทำให้การตีส่วนผสมเข้ากันขึ้นฟูเนื้อเนียนดี  พักส่วนผสมที่ตีแล้วได้นาน

**ขนมปุยฝ้าย ปุยนุ่ม สูตรนี้ ไม่ใส่น้ำมัน/ไขมัน ไม่ใส่นม ไม่ใส่ผลิตภัณฑ์ของนม ไม่ใส่กะทิ และ ไม่ใส่เกลือ**


ส่วนผสมขนมปุยฝ้ายปุยนุ่ม

*ไม่ใส่น้ำมัน - ไม่ใส่เนย -ไม่ใส่นม*

1.แป้งเค้ก..... 225 กรัม

2.ผงฟู..... 1 ช้อนชา

3.น้ำตาล..... 180 กรัม

4.ไข่ไก่#2 เย็น 1 ฟอง..... 50 กรัม

5.เอสพี เย็น..... 2 ช้อนชา

6.น้ำเย็น..... 200 กรัม

7.น้ำมะนาวเย็น..... 1 ช้อนชา

8.กลิ่นมะลิ..... 2 หยด

9.เกลือ..... ไม่ใส่


ขนมปุยฝ้ายปุยนุ่ม ทำได้ง่ายและรวดเร็ว

ด้วยการผสมทุกอย่างรวมกัน เริ่มตีส่วนผสม เบาๆ ด้วยเครื่องตีไข่ขนาดเล็ก ให้ส่วนผสมเข้ากัน 

จากนั้นปรับเพิ่มความเร็ว ตีแรงสูงสุด 12 นาที ส่วนผสมขึ้นฟูขาวข้นมาก รอยตะกร้อถี่ๆ คมชัด พัก 30 นาที

ตักใส่ถ้วยกระดาษไข 20 ถ้วย นึ่งความร้อนต่ำ 15 นาทีได้ขนมปุยฝ้ายหน้าแตกสวยๆ ร้อนๆ อร่อยหวานๆ


วิธีทำขนมปุยฝ้ายปุยนุ่ม

1.เตรียมถ้วยพิมพ์ ลงลังถึง 

-ถ้วยกระดาษไขแบบจีบ/กระทงกระดาษ สีขาว ขนาดกลาง เบอร์ 3219A

( หรือ กระทงเบอร์ 3218 ฐานกว้าง 5 ซม.x สูง 3 ซม.เส้นผ่าศูนย์กลาง 11 ซม.)

วางในพิมพ์ถ้วยจีบ 20 ถ้วย 

-น้ำในหม้อน้ำลังถึง 800 กรัม/มล. ต้มให้เดือดก่อนนำขนมขึ้นนึ่ง

-ลังถึงส่วนบน ทดสอบว่าตั้งอยู่เหนือน้ำในหม้อน้ำลังถึงส่วนล่าง ระยะห่างประมาณ 5 ซม./2 นิ้ว

2.เตรียม เอสพีเย็น(ปกติเอสพีเก็บในตู้เย็นอยู่ก่อนแล้ว) ไข่ไก่ออกจากตู้เย็น

น้ำแช่เย็น น้ำมะนาวเย็น เตรียมตีส่วนผสม ในที่ที่มีอุณหภูมิ ต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส

3.ผสมแป้งและผงฟู รวมกัน ถ้าแป้งเก่า ร่อนแป้งผงฟู รวมกัน 

4.ผสมทุกอย่างรวมกัน ตามลำดับ ใส่น้ำตาล ไข่ เอสพี น้ำ มะนาว กลิ่นมะลิ แป้งผงฟู

 (ผสมแบบไม่มีลำดับก็ทำได้ เช่น ตอกไข่ใส่หลังสุดบนแป้ง

สุดท้ายแล้วส่วนผสมจะมีไตแป้งเล็กๆ ปนอยู่บ้าง แต่เนื้อขนมโดยรวมใช้ได้)

5.เริ่มตีส่วนผสมด้วยเครื่องตีไข่ เบาๆ ความเร็วต่ำสุด ให้ส่วนผสมเข้ากัน โดยแป้งไม่ฟุ้งกระจาย

6.จากนั้นตีส่วนผสมด้วยเครื่องตีไข่ แรงๆ ความเร็วสุงสุด 12 นาที 

หากเครื่องตีไข่ร้อนมาก พักได้เป็นระยะ ๆ แล้วตีต่อให้ครบเวลา

7.ตีส่วนผสมจนขึ้นครีมฟูขาวข้นมาก และมีรอยตะกร้อถี่ๆ คมชัด 

8.ลดความเร็วเครื่องตีไข่ทีละขั้น จนลงมาถึงความเร็วต่ำสุด 30 วินาที 

9.หยุดเครื่องตีไข่ พักส่วนผสมขนมปุยฝ้าย 30 นาที 

10.ใช้ไม้พายปาดตะล่อมส่วนผสมขนมปุยฝ้าย 

11.ตักส่วนผสมลงถ้วยกระดาษไข 2 ช้อนโต๊ะ พูนๆ  วางลงในลังถึงรอบละ 10 ถ้วย 2 รอบ

12.หน้าส่วนผสมในถ้วยพิมพ์ คือส่วนที่จะเป็นขนมปุยฝ้ายหน้าแตก

มีทางเลือก ไม่ต้องทำอะไรเลยก็ได้ หรือจะเกลี่ยหน้าส่วนผสมให้เสมอกันให้สวยงาม

หรือใช้ไม้ปลายแหลมจุ่มน้ำมะนาวกรีดหน้าส่วนผสมเพื่อทำร่องให้หน้าแตกตามร่องที่กรีดนำทางไว้

13.นึ่งขนม ครั้งละ 10 ถ้วย บนลังถึงที่น้ำเดือดแล้วด้วยความร้อนต่ำ 15 นาที

14.พักขนมปุยฝ้ายหน้าแตกให้เย็น ก่อนเก็บลงในภาชนะ

15.เก็บขนมปุยฝ้ายในอุณภูมิปกติ หรือ แช่ตู้เย็น หรือ แช่ช่องแช่แข็ง

โดยเนื้อขนมปุยฝ้ายอยู่ได้ทุกที่ทานได้อร่อยทันที ไม่ต้องอุ่น


ลักษณะของขนมปุยฝ้าย สูตรนี้ เมื่อหยิบออกมา 1 ถ้วย แล้วดึงกระดาษพิมพ์ออก จะมีปุยเล็กๆ

ตามขอบของขนมหลุดร่วงลงมา แล้วเมื่อบี้ขนมทั้งชิ้น ก็จะได้ปุยขนาดเล็กๆ ร่วงออกมาทั้งหมดตามภาพ

ปุยเล็กๆ รวมกัน ได้เป็น ปุยขนมปุยฝ้ายนุ่มๆ หวานอร่อย เช่นกัน


ขนมปุยฝ้าย ปุยของขนมปุยฝ้าย ทานร่วมกับ นมสด ครีมชีส ชา กาแฟ อร่อยคล่องคอมากๆ 🎉🎉🎉




ขนมเค้กป๊อปวานิลลา VANILLA CAKE POPS

 

ขนมเค้กป๊อปวานิลลา Vanilla Cake Pops

เค้กป๊อป ขนมเค้กก้อนกลมเล็ก สูตรเค้กปอนด์/เค้กเนย


ส่วนผสมเค้กป๊อปวานิลลา 12 ลูก 

1.แป้งสาลีอเนกประสงค์..... 100 กรัม

2.ผงฟู.... 1 ช้อนชา

3.น้ำตาลทรายขาว..... 80-100 กรัม

4.เกลือป่น..... 1/8 ช้อนชา

5.เนยละลาย..... 100 กรัม

6.ไข่ไก่#2….. 2 ฟอง..... 100 กรัม

7.นม..... 70 มล.

8.วานิลลา.... 1/2 ช้อนชา


วิธีทำเค้กป๊อปวานิลลา

1.ส่วนผสมของแห้ง ผสมแป้งอเนกประสงค์ ผงฟู คนเข้ากัน พักไว้

2.ส่วนผสมของเหลว ผสมนม น้ำตาล เกลือ คนให้ละลาย

3.ใส่ไข่ ใส่วานิลลา ในส่วนผสมของเหลว คนเข้ากัน

4.ใส่ส่วนผสมของแห้ง คนเข้ากัน 

5.ใส่เนยละลาย คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน

6.พักส่วนผสม 30 นาที


วิธีอบ ขนมเค้กป๊อปวานิลลา

1.เตรียมเครื่องอบเค้กป๊อป 12 หลุม กำลังไฟ 600 วัตต์ 

2.ทาเนยในพิมพ์เค้กป๊อป ทาครั้งแรกครั้งเดียว

3.ตักส่วนผสมเค้กป๊อปลงพิมพ์หลุมละ 1 ช้อนโต๊ะ

4.ปิดฝาเครื่องอบเค้กป๊อป เปิดสวิทซ์เตาอบ

5.ปรับความร้อนเตาอบให้สูงสุด อบนาน 6 นาที สำหรับรอบแรก และอบ 4 นาที  ในรอบต่อๆ ไป

6.อบเสร็จแต่ละรอบ ปิดสวิทช์เตาอบหรือปรับลดความร้อนให้ต่ำสุด  

7.แคะขนมออกจากพิมพ์ ด้วยไม้จิ้มฟัน หรือช้อนซิลิโคน ขนมไม่ติดพิมพ์

(สูตรนี้ไม่ต้องพลิกเตาอบสลับบนล่าง)


ขนมปังกะหล่ำปลีม่วง - Red Cabbage Buns

ขนมปังกะหล่ำปลีม่วง - ขนมปังกะหล่ำปลีแดง
#ขนมปังกะหล่ำปลีสีม่วง
#ขนมปังกะหล่ำปลีแดง
#Red Cabbage Buns
ขนมปังกะหล่ำปลีม่วง สูตรนี้ มีจุดเด่น คือ เป็นขนมปังที่มีแคลเซียม ทั้งที่มาจากกะหล่ำปลีม่วงและมาจากเนยแข็ง เป็นขนมปังที่ทานเป็นอาหารว่าง และทานเป็นอาหารหลัก ร่วมกับอาหารอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี กะหล่ำปลีม่วงมีรสหวาน เด็กๆ ทานได้ ผู้ใหญ่ทาน(แต่พอ)ดี

ส่วนผสมขนมปังกะหล่ำปลีม่วง
1.แป้งสาลีอเนกประสงค์..... 100 กรัม
2.ยีสต์..... 1/2 ช้อนชา
3.น้ำตาล..... 1/2 ช้อนชา
4.น้ำกะหล่ำปลีม่วง..... 50 มล.
5.นมข้นจืด..... 1 ช้อนโต๊ะ
6.น้ำมันเนยผสมไข่แดง..... 1-2 ช้อนโต๊ะ
7.เกลือป่น..... 1/4 ช้อนชา

ส่วนผสมไส้กะหล่ำปลีม่วง
1.กะหล่ำปลีม่วงสุก..... 12 ช้อนโต๊ะ
2.เนยแข็ง เชดดาชีส..... 1 แผ่น แบ่ง 6 ชิ้นเท่าๆ กัน

ส่วนผสมน้ำมันเนยผสมไข่แดง
1.น้ำมันเนย/น้ำมันพืช..... 1 ช้อนโต๊ะ
2.ไข่แดง..... 1 ช้อนโตะ

วิธีทำน้ำกะหล่ำปลีม่วงและไส้กะหล่ำปลีม่วง
1.หั่นกะหล่ำปลีม่วงเป็นสีเหลี่ยมลูกเต๋าขนาด 0.75 ชม.
2.ต้มน้ำให้เดือด สัดส่วน น้ำต่อกะหล่ำปลีม่วง 2:3 เช่น น้ำ 100 กรัม  ต่อ กะหล่ำปลีม่วง 150 กรัม
3.ต้มกะหล่ำปลีม่วงในน้ำเดือด 3-5 นาที  น้้ำเดือดเปลี่ยนเป็นสีม่วง
4.ตักกะหล่ำปลีม่วงออกมาสะเด็ดน้ำ
5.น้ำกะหล่ำปลีม่วงพักเย็น

วิธีทำแป้งขนมปังกะหล่ำปลีม่วง
1.ผสมแป้งสาลีอเนกประสงค์ 4 ช้อนโต๊ะ น้ำตาล ยีสต์ น้ำกะหล่ำปลีม่วง นมข้นจืด น้ำมันเนยผสมไข่แดง คนเข้ากัน พัก 10 นาที
2.ใส่แป้งและเกลือ คนผสมให้เข้ากัน จากนั้น นวดจนแป้งเนียนนุ่มไม่ติดมือ
3.ทำแป้งเป็นก้อนกลม พักในภาชนะปิดจนแป้งขึ้น 2 เท่า ประมาณ  1 ชั่วโมง
3.คลึงแป้งเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด กว้าง 12ซม. x ยาว 15ซม.
4.พับม้วนแป้งตามยาวเป็นท่อนกลม
5.ตัดแบ่งท่อนแป้งออกเป็น 6 ชิ้น พัก 10 นาที

วิธีทำขนมปังใส่ไส้กะหล่ำปลีม่วง
1.คลึงท่อนแป้งเป็นแผ่นกลม นูนตรงกลาง
2.วางเนยแข็ง เชดดาชีส ตรงกลางแผ่นแป้ง
3.ตักกะหล่ำปลีม่วง 2 ช้อนโต๊ะ ลงบนแผ่นชีส
4.รวบเก็บปลายแผ่นแป้งปิดไส้อย่างมิดชิด หรือ จับจีบหมุนวนทางเดียวกัน ปิดไส้ได้อย่างสวยงาม
5.วางแป้งขนมปังใส่ไส้ลงในพิมพ์ซิลิโคนรองด้วยพิมพ์อลูมิเนียมอีกชั้นหนึ่ง
6.พัก 1 ชั่วโมง ขนมปังไส้กะหล่ำปลีม่วง ขึ้น 2 เท่า ล้นพิมพ์ ประมาณ 1/2 นิ้ว
7.อบไฟ 200 องศาเซลเซียส 15 นาที
8.นำออกจากเตาอบ พัก 5 นาที

เมื่ออบขนมปังจนผิวด้านนอกพิมพ์เป็นสีทองแล้ว นำออกจากเตา ได้ขนมปังน้ำกะหล่ำปลีม่วง/กะหล่ำปลีแดง เป็นขนมปังที่มีสีแดงระเรื่อ (สีม่วงแดงอ่อนๆ) อัดแน่นไปด้วยไส้กะหล่ำปลีม่วงชิ้นเล็กๆ ผสมกลมกลืนกับเนยแข็งเชดดาชีส ได้ทั้งรสหวานของกะหล่ำปลีม่วงและกลิ่นหอมของเนยแข็งไปพร้อมๆกัน เป็นขนมปังกะหล่ำปลีม่วงสูตรพิเศษ ที่มีประโยชน์  และรสชาติอร่อย 👍 การันตี!

เค้กกล้วยน้ำว้าไข่แดงนึ่ง (มัฟฟินกล้วยน้ำว้า)


มัฟฟินกล้วยน้ำว้าไข่แดงนึ่ง (Steam Cultivated Banana Muffin)
ในที่นี้ ขอเรียกว่า เค้กกล้วยน้ำว้าไข่แดงนึ่ง
เค้กกล้วยน้ำว้าไข่แดงนึ่ง  สำหรับทานในครอบครัว เป็นเค้กรสอร่อย ที่มีกล้วยน้ำว้าเป็นส่วนประกอบเพิ่มเติมจากแป้ง

สำหรับเด็กๆ ด้วยแล้ว เค้กกล้วยน้ำว้าสูตรนี้ให้ประโยชน์ มีทั้งไข่แดง นมเปรี้ยว และ กล้วยน้ำว้า ที่ทานได้อิ่มอยู่ท้องทั้งก่อนและหลังมื้ออาหารได้เป็นอย่างดี

ถาม: เค้กกล้วยน้ำว้าไข่แดงนึ่ง   สูตรนี้ หน้าตาเป็นอย่างไร 
ตอบ: เค้กกล้วยน้ำว้านึ่งมีลักษณะขึ้นฟูและหน้าแตก 3 ร่อง ทุกถ้วย 
และมีขนาดที่ขยายตัวจากส่วนผสมที่ใส่ลงไปในถ้วยพิมพ์ 2 เท่า 
เนื้อเค้กฟูนุ่มแน่นชุ่มชื้นเต็มที่เพราะเนื้อเค้กมีทั้งแป้งและกล้วยน้ำว้าประกอบเข้าด้วยกัน 
กล้วยน้ำว้าชิ้นเล็กๆที่มีอยู่ในเนื้อเค้ก ได้รสสัมผัสที่นุ่มอร่อยมากทีเดียว

ถาม: เค้กกล้วยน้ำว้าไข่แดงนึ่ง   สูตรนี้ เหมือนเค้กกล้วยหอมหรือไม่
ตอบ: เค้กกล้วยน้ำว้าไข่แดงนึ่ง สูตรนี้ ไม่เหมือนเค้กกล้วยหอมนึ่ง/อบ เนื่องจาก
เค้กกล้วยน้ำว้าไข่แดงนึ่งมีรสหวานหอมธรรมชาติของกล้วยน้ำว้า(มะลิอ่อง) 
และเพิ่มด้วยความหอมของกลิ่นวานิลลาที่เข้ากันได้ดีกับกล้วยน้ำว้ารสหวานๆ
เนื้อเค้กกล้วยน้ำว้าต่างจากเค้กกล้วยหอม อาจจะเป็นเพราะว่า กล้วยน้ำว้าค่อนข้างเหนียวกว่ากล้วยหอม 
เนื้อเค้กกล้วยน้ำว้าไข่แดงนึ่ง จึงออกไปในทางหนึบๆ คล้ายๆกับมีการหมักแป้งด้วยยีสต์ทำซาลาเปาหรือทำขนมปัง โดยไม่ต้องใช้ยีสต์ในส่วนผสมนี้เลย
นอกจากนั้น เค้กกล้วยน้ำว้าไข่แดงนึ่ง สูตรนี้ ใส่น้ำมัน น้อยกว่า เค้กกล้วยหอม คือใส่น้ำมัน ไม่ถึง 1 ใน 3 เท่านั้น แต่ได้รสชาติที่หวานมันกลมกล่อมพอดี

ส่วนผสมเค้กกล้วยน้ำว้าไข่แดงนึ่ง  
1.กล้วยน้ำว้า 2 ลูก ..... 150 กรัม 
2.น้ำตาล..... 75 กรัม
3.ไข่แดง..... 3 ฟอง
4.น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ..... 45 กรัม 
5.นมเปรี้ยวชนิดหวานน้อย..... 100 กรัม
6.แป้งสาลีอเนกประสงค์..... 150 กรัม
7.ผงฟู..... 1 ช้อนชา
8.เบกิ้งโซดา..... 1 ช้อนชา
9.วานิลลาผง..... 1/4 ช้อนชา
10.เกลือป่น.... 1/4 ช้อนชา

เตรียมส่วนผสมและ อุปกรณ์ สำหรับ ทำเค้กกล้วยน้ำว้าไข่แดงนึ่ง  
1.เตรียมนมเปรี้ยวชนิดจืด ล่วงหน้า 1-3 วัน ด้วยการ 
1) นำน้ำนมโคพาสเจอร์ไร้ส์ 85 มล.
2) นมเปรี้ยวชนิดหวานน้อย ที่มีจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัส 15 มล. 
3) ผสมนมโคและนมเปรี้ยว ลงในขวดนมพลาสติก แล้วปิดฝาขวดหลวมๆ ตั้งทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้อง 24 ชั่วโมง ขึ้นไป
4) เตรียมล่วงหน้า 2-4 วัน เมื่อได้นมเปรี้ยวจืดๆแล้วนำเข้าตู้เย็นไว้ก่อน

2.เตรียมส่วนผสมกล้วยน้ำว้า ทำจากกล้วยน้ำว้าอย่างเดียว จากผลใหญ่สู่ชิ้นเล็กๆ
1) เลือกกล้วยน้ำว้าสุกเหลืองอร่าม หรือไม่ก็ กล้วยน้ำว้าที่สุกงอมเปลือกดำบ้างแล้ว  กล้วยน้ำว้า ลูกขนาดมาตรฐาน น้ำหนักไม่รวมเปลือก ประมาณ 75 กรัม 
ที่จริงกล้วยน้ำว้า 1 ลูก เป็นน้ำถึง 3 ใน 4 ส่วน 
2) แกะเปลือกกล้วยที่สุกอร่าม ใช้มีดบางๆ หั่นแว่นบางที่สุด แต่ถ้ากล้วยสุกงอมมากๆแล้ว ใช้ช้อนตัดแบ่งเป็นชิ้นๆ ใส่ถ้วยทรงสูง
3) ใช้ตะกร้อมือ กวนกล้วยน้ำว้าในถ้วยให้เป็นชิ้นเล็กลง หรือ ให้เนียนละเอียดเป็นเนื้อเดียว ตอนนี้เนื้อกล้วยจะเหนียวๆ

3.เตรียมส่วนผสมของแป้ง 
ผสมแป้งอเนกประสงค์ ผงฟู เบกิ้งโซดา ผงวานิลลา เกลือ ผสมเข้าด้วยกัน ใช้ตะกร้อมือแห้ง คนผสม เท่ากับเป็นการร่อนแป้งไปด้วย

4.เตรียมลังถึง ขนาดใหญ่ ใส่น้ำ 2 ลิตร สำหรับนึ่งได้ 11 ถ้วย ชั้นเดียว

5.เตรียมถ้วยพิมพ์ซิลิโคน หรือ ถ้วยพิมพ์กระดาษรองอยูในถ้วยพิมพ์อลูมิเนียม  จำนวน 11 ถ้วย 
ขนาดถ้วยพิมพ์กลม ก้นพิมพ์แคบกว่าปากถ้วยพิมพ์ ก้นพิมพ์กว้าง 4.5 เซนติเมตร ปากถ้วยพิมพ์กว้าง 7 เซนติเมตรสูง 3.2 เซนติเมตร

วิธีทำเค้กกล้วยน้ำว้าไข่แดงนึ่ง  
1.ผสม กล้วยน้ำว้า ไข่แดง น้ำมันพืช  ใช้ตะกร้อมือ คนส่วนผสมเข้ากันจนเนียน
2.ใส่นมเปรี้ยว ครึ่งหนึ่ง คนผสมเข้ากัน
3.ใส่ส่วนผสมของแป้ง คนผสม สลับกับใส่นมเปรี้ยวส่วนที่เหลือ 
4.คนส่วนผสมด้วยตะกร้อมือ ให้เป็นเนื้อเดียวกัน
5.พักส่วนผสมไว้ 15 นาที 
6.ตักส่วนผสมเค้กกล้วยน้ำว้า ใส่ถ้วยพิมพ์ ไม่เกิน 1/2 ถ้วย วางในลังถึงส่วนบน พักไว้ 
7.ตั้งลังถึงส่วนล่างต้มให้น้ำเดือด
8.นำลังถึงส่วนบนขึ้นตั้ง ปิดฝา นึ่ง 15-20 นาที
9.ปิดไฟ ยกลง พักในลังถึง 10 นาที
10.ได้เค้กกล้วยน้ำว้าไข่แดงนึ่งที่ไม่มีไอน้ำหยดหรือกาะติดขนมเลย และ เป็นเค้กกล้วยน้ำว้านึ่งที่มีหน้าแตกสวยทุกถ้วย 
11.เค้กกลวยน้ำว้านึ่ง  เมื่อพักเย็นแล้ว แพ็คใส่ถุงพลาสติก เก็บในช่องแช่แข็งนานๆ และนำมาพักในช่องแช่เย็น 3 ชั่วโมง หรือ ใส่ในช่องแช่เย็นของตู้เย็นตั้งแต่แรก เก็บได้นานหลายวัน 
และนำออกมาทานได้เลย หรือ อุ่นร้อนในเตาไมโครเวฟ 300 วัตต์ 1 นาที จะเป็นเค้กเนื้อนุ่มฟูที่ได้ความรู้สึกอร่อยกว่าเดิม

ถาม: เค้กกล้วยน้ำว้าใส่ไข่แดง แล้วไข่ขาวใช้ทำอะไร
ตอบ: ไม่ใช้ไข่ขาว ใช้ไข่แดงในสูตรนี้ ซึ่งไข่แดงส่วนนี้เป็นส่วนเกิน มาจากคนในครอบครัว ที่มีการทานไข่เฉพาะไข่ขาว ที่มีทั้ง นักเพาะกาย และ คนสูงอายุที่ดูแลสุขภาพตนเอง ด้วยการควบคุมการบริโภคอาหารตามหมอแนะนำ

ถาม: เค้กกล้วยน้ำว้าไข่แดงนึ่ง   สูตรนี้ ทำขายได้ไหม
ตอบ: เค้กกล้วยน้ำว้าไข่แดงนึ่ง   สูตรนี้  ทำขายน้อย อาจจะไม่คุ้มทุนที่จะทำขายแข่งกับเค้กกล้วยหอม

ถาม: เลือกอย่างไร ระหว่าง ทานกล้วยน้ำว้าสดๆ กับ ทานเค้กกล้วยน้ำว้านึ่ง 
ตอบ: กล้วยน้ำว้าสุกปานกลาง ทานคู่ กับเค้กกล้วยน้ำว้าที่มาจากกล้วยสุกจัดๆ ได้รสอร่อยคู่กัน 
ส่วนเค้กกล้วยน้ำว้าไข่แดงนึ่ง เก็บไว้ได้นานหลายวันยิ่งขึ้น ในขณะที่กล้วยน้ำว้าสด จากสุกน้อย จะกลายเป็นสุกมากขึ้นเรื่อยๆ จนสุกจัด ภายในเวลา 3-4 วัน


ชิฟฟอนคัพเค้ก สูตรนมถั่วเหลือง(น้ำเต้าหู้) ทำด้วยมือล้วนๆ

ชิฟฟอนคัพเค้ก สูตรนมถั่วเหลือง(น้ำเต้าหู้) ทำด้วยมือล้วนๆ 
Chiffon Cupcake - Soy Milk

ชิฟฟอนคัพเค้ก สูตรนมถั่วเหลือง ทำจาก ไข่ไก่ 1 ฟอง 6 ชิ้น ใช้เวลาลงมือทำจนได้ขนมร้อนๆจากเตาเพียง 25 นาที
สูตรนี้โปรตีนมาเต็ม ทั้งจากไข่และ นมถั่่วเหลือง เป็นชิฟฟอนรสหวานน้อย ไม่มีไขมันทรานส์
ได้ประโยชน์ ทั้งพ่อแม่ลูก คนละ 2 ชิ้น พอดี

ชิฟฟอนชิ้นเล็กไม่แต่งหน้าเค้ก เหมาะสำหรับทานเป็นของว่างเบาๆ ก่อนหรือหลังอาหารเช้า

ในตอนเช้า ผู้ใหญ่ ทานคู่กับ กาแฟ และ น้ำเต้าหู้
เด็กๆ ทานคู่กับ นม มอลต์  โกโก้ น้ำผลไม้ นมเปรี้ยว น้ำเต้าหู้ ฯลฯ

ชิฟฟอนสูตรนี้ ทำเสร็จพักเย็น นำเข้าตู้เย็นช่องแช่แข็ง 12 ชั่วโมง ขึ้นไป แล้วย้ายขนมลงมาเข้าตู้เย็นช่องธรรมดา 12 ชั่วโมง ให้คลายเกล็ดน้ำแข็งออกไปหมด
ได้เนื้อชิฟฟอนฟูเบามีความนุ่มไม่ชื้นไม่แห้ง และเป็นขนมรสละมุนยิ่งขึ้น นำออกมาทานได้อร่อย โดยไม่ต้องอุ่นร้อน

ชิฟฟอนคัพเค้ก สูตรนมถั่วเหลือง(น้ำเต้าหู้) 
ส่วนผสม สำหรับ 6 ถ้วย
1.ไข่ไก่เบอร์ 1..... 1 ฟอง
2.น้ำตาลทรายขาว.....25 กรัม (2 ช้อนโต๊ะ)
3.ครีมออฟทาร์ทาร์..... 1/16 ช้อนชา
4.แป้งสาลีทำเค้ก..... 25 กรัม (4 ช้อนโต๊ะ + 1/2 ช้อนโต๊ะ)
5.วานิลลาผง..... 1/4 ช้อนชา
(หรือ วานิลลา/บัตเตอร์วานิลลา 1/8 ช้อนชา)
6.ผงฟู..... 1/4 ช้อนชา
7.น้ำมันถั่วเหลือง..... 15 กรัม (1 ช้อนโต๊ะ)
8.นมถั่วเหลือง(น้ำเต้าหู้)..... 25 กรัม (2 ช้อนโต๊ะ)
(หรือ เต้าฮวย เต้าหู้อ่อนบด หรือ เต้าหู้หลอดบด 2 ช้อนโต๊ะ)

อุปกรณ์ สำหรับทำชิฟฟอนคัพเค้กด้วยมือ
1.ตระกร้อมือ แบบสปริง (ตีขึ้นลง)
2.ตะกร้อมือ แบบธรรมดา (ตี/กวน/คน วนซ้ายขวา ผ่ากลาง บนล่าง)
3.พายยาง (ปาดส่วนผสม)
4.ช้อนซ่อม (ตักส่วนผสมลงถ้วยพิมพ์)
5.ช้อนแกง (ช่้อนโต๊ะ) (ตัก/ตวง ของเหลว)
6.ช้อนตวง ช้อนโต๊ะ และ 1/4 ช้อนชา (ตัก/ตวง ของแห้ง)
7.ชามเซรามิกน้ำหนัก 400 กรัม (เตรียมส่วนผสมไข่แดง)
8.หม้อสแตนเลส มีด้ามจับ น้ำหนัก 350 กรัม (ตีส่วนผสมไข่ขาว)
9.ถ้วยแก้ว/ถ้วยเมลามีน ขนาดเล็ก 2 ถ้วย (เตรียมส่วนผสมของแห้ง)
10.แก้วน้ำมีหูจับ 1 ใบ (เตรียมส่วนผสมของเหลว)
11.ถาด/ภาชนะ (วางพัก อุปกรณ์ที่เปื้อนส่วนผสม)
12.ถาดกลม (วางถ้วยพิมพ์ 6 ถ้วย)
13.ถ้วยพิมพ์ซิลิโคน ทรงข้าวหลามตัด ขนาด กว้าง 6*ยาว 6*สูง 4 ซม. (2.5*2.5*1.5 นิ้ว)
14.เตาอบขนาดเล็กและอุปกรณ์คีบ/จับ ของเตาอบ

ขั้นตอนการทำชิฟฟอนคัพเค้กด้วยมือ
0.เริ่มที่ แบ่งส่วนผสมเป็นสองส่วน
1.เตรียมส่วนผสมของแห้งสำหรับไข่ขาว ผสม น้ำตาล และครีมออฟทาร์ทาร์  ใส่ถ้วยพักไว้
2.เตรียมส่วนผสมของแห้งสำหรับไข่แดง ผสม แป้งเค้ก ผงฟู และ ผงวานิลลา   ใส่ถ้วยพักไว้
3.เตรียมส่วนผสมของเหลวสำหรับไข่แดง ผสม นมถั่วเหลือง และ น้ำมันถั่วเหลือง   ใส่แก้วพักไว้
4.เตรียมวางชามเซรามิกและหม้อสแตนเลสไว้คู่กัน
5.แยกไข่แดงไข่ขาว ใส่ไข่แดงลงในชาม และ ใส่ไข่ขาวลงในหม้อ
6.ในชามไข่แดง ใส่ส่วนผสมของเหลว คนผสมเข้ากัน และ ใส่ส่วนผสมของแห้ง คนผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน เนื้อเนียนไม่มีเม็ด พักไว้
7.ในหม้อไข่ขาว ใส่ส่วนผสมของแห้ง คนผสมเข้ากัน และ ตีส่วนผสมให้ไข่ขาวขึ้นฟูตั้งยอดแข็ง
8.ตักส่วนผสมไข่ขาว(เมอร์แรง) ด้วยพายยาง ปาดลงในชามส่วนผสมไข่แดง จนหมด
9.คนส่วนผสมไข่แดงไข่ขาวให้เป็นเนื้อเดียวกัน
10.ส่วนผสมไข่แดงไข่ขาว(เมอร์แรง) รวมกันชั่งน้ำหนัก มีประมาณ 150 กรัม
11.ตักแบ่งส่วนผสมใส่ถ้วยพิมพ์ซิลิโคน เต็มถ้วยพิมพ์ได้ 6 ถ้วย  ถ้วยละ 25 กรัม
12.วางถ้วยซิลิโคนทั้ง 6 ในถาดกลม เคาะถาด 1-2 ครั้ง ด้วยการ ยกถาดขึ้นแล้วเคาะลงบนโต๊ะ เพื่อให้เนื้อขนมลงไปให้เต็มช่องว่างในถ้วย
13.นำเข้าอบ วางถ้วยชิฟฟอน 6 ถ้วย บนตะแกรง อบ 200 องศาเซลเซียส 12-15 นาที ขนมขึ้นฟูเกินถ้วยพิมพ์ประมาณ 2-2.5 ซม มีหน้าแตกเล็กน้อย
14.เมื่ออบเสร็จ ปิดไฟ/ถอดปลั๊กเตาอบ พักขนมไว้ ในเตาอบ 5 นาที หน้าขนมยุบลงเล็กน้อย อยู่เหนือขอบบนของถ้วยพิมพ์ ประมาณ 0.5-1 ซม.

วิธีทำชิฟฟอนคัพเค้กด้วยมือ ให้สำเร็จ ไม่มีพลาด
1.ตีส่วนผสมไข่แดงด้วยตระกร้อมือแบบธรรมดา คนวนขวาตามเข็มนาฬิกา หรือวนซ้ายแบบเบามือ
2.ตีไข่ขาวด้วยตระกร้อมือแบบสปริง ตีขึ้นลง 4-5 นาที  เมื่อยกตระกร้อพลิกขึ้นด้านบน  ไข่ขาวตั้งยอดสามเหลี่ยมแข็ง ปลายยอดไม่โน้มพับลงมา
3.เมื่อผสมไข่แดงไข่ขาว คนส่วนผสมแล้ว ให้ได้ลักษณะ เนื้อแป้งมีรอยตระกร้อปานกลาง ทดสอบด้วยการจุ่มตระกร้อลงไปในส่วนผสม แล้วยกขึ้น
ส่วนผสมไหลเป็นทางลงมาเป็นสามเหลี่ยมก่อนแล้วขาด ส่วนผสมหยดลงไป หรือ ไหลขาดตอนเป็นระยะ
ถ้าคนส่วนผสมเกาะเป็นก้อน ยกตระกร้อขึ้นมา ส่วนผสมติดอยู่กับตระกร้อ ไม่ไหลลงมาทันที ลักษณะนี้ส่วนผสมข้นเกินไป เติมน้ำเพิ่มได้ จนกว่าจะได้ส่วนผสมที่ข้นพอดีที่
เมื่อคนปิดท้ายไปครั้งหนึ่ง ยังคงมีรอยตระกร้อฝากไว้บนส่วนผสม

ถาม/ตอบ: ชิฟฟอนคัพเค้ก นมถั่วเหลือง สูตรนี้

ถาม: ถ้าส่วนผสมไข่แดงค่อนข้างเหลว ไหลลงจากตระกร้ออย่างรวดเร็วไม่ขาดตอน ทำชิฟฟอนคัพเค้กสูตรนี้ได้ไหม
ตอบ: ได้ชิฟฟอนคัพเค้กที่เนื้อเค้กมีความชื้นมากทำให้ฟูน้อยลง หรือว่ายุบตรงกลางเนื้อเค้ก
เมื่อนำเข้าอบ ต้องอบนานขึ้น และมีผลต่อมาคือ อบนานผิวนอกของเค้กกรอบ หรือ อบนานไฟแรงทำให้ผิวนอกเกรียม

ถาม: ชิฟฟอนคัพเค้ก สูตรนี้ใส่แป้ง 25 กรัม หรือว่า ถ้าตัก 4 ช้อนโต๊ะแบบพูนๆ ก็อาจไปถึง 30 กรัม แล้วส่วนผสมไข่แดงยังต้องข้นปานกลางอีกด้วย เพราะอะไร
ตอบ: เค้กถ้วย(คัพเค้ก)สูตรนี้ ไม่ให้เนื้อชิฟฟอนเค้กยุบมาก ให้ยุบส่วนหน้าเค้กที่แตกได้เล็กน้อย ส่วนภายในเนื้อเค้กขึ้นฟูได้ดี และตั้งคัพเค้กอยู่ได้เดี่ยวๆ ยังคงรูป

ถาม: ไข่ขาวตั้งยอดแข็งเข้ากันกับส่วนผสมของไข่แดงได้หรือไม่ ไข่ขาวเมอร์แรงตกค้างเป็นก้อนๆหรือไม่
ตอบ: สูตรนี้ ไข่ขาวตั้งยอดแข็งผสมเข้ากันได้กับส่วนผสมไข่แดงข้นปานกลางเป็นอย่างดี คนเบาๆล่างขึ้นบน 2-3 รอบ ส่วนผสมขึ้นฟูเนียนสวยงาม

ถาม: การตีไข่ขาวตั้งยอดแข็ง ทำให้เนื้อชิฟฟอนเค้กกระด้างหรือแข็งหรือว่าเนื้อเค้กแห้งไป หรือไม่
ตอบ: เนื้อเค้กชิฟฟอน แบบคัพเค้กชิ้นเดี่ยว สูตรนี้ นุ่มแห้งปานกลาง ต่างจากชิฟฟอนสามเหลี่ยมสอดไส้ครีม ที่เนื้อชิฟฟอนนุ่มลื่นมาก

ถาม: เคยทำชิฟฟอนเนื้อนุ่มๆ ด้วยการตีไข่ขาวตั้งยอดอ่อน ยอดตั้งขึ้นแล้วปลายโค้งลงมา สูตรนี้ทำอย่างนั้นได้หรือไม่
ตอบ: ทำได้ แต่ขนาดของเค้กไม่ขยายเท่ากับ ชิฟฟอนคัพเค้กที่มีการตีไข่ขาวตั้งยอดแข็ง

ถาม: สูตรนี้ใส่นมถั่วเหลืองซึ่งเป็นของเหลว  ถ้าใส่เต้าฮวย/เต้าหู้อ่อนบด/เต้าหู้หลอดบด ที่ไม่ค่อยเหลว และมีแคลเซียมปนอยู่ ต้องเติมน้ำหรือไม่
ตอบ: เติมน้ำของเต้าฮวย/เต้าหู้อ่อนบด/เต้าหู้หลอดบด ได้เลย ได้เนื้อชิฟฟอนเค้กที่มีความยืดหยุ่นเพิ่มอีกเล็กน้อย

ถาม: ไม่ใส่ผงฟูได้ไหม หรือ ไม่มีผงฟู ใส่อย่างอื่นได้ไหม
ตอบ: สูตรนี้ถ้าไม่ใส่ผงฟู เนื้อเค้กไม่ฟูขึ้นมาเกินกว่าที่ไข่ขาวเมอร์แรงทำให้ฟูเบาได้
ใส่อย่างอื่นทดแทนได้แต่น่าจะหาได้ยากกว่าผงฟู นั่นก็คือ ผงแอมโมเนียทำเบเกอรี่ ที่ใส่ในปาท่องโก๋ และ ซาลาเปาหน้าแตก นั่นเอง

ถาม: ทำชิฟฟอนคัพเค้ก ใช้ไข่ 1 ฟอง 6 ถ้วย อบในเตาอบชนิดใด ให้ได้ผลออกมาดี ไม่สิ้นเปลือง
ตอบ: ทำปริมาณน้อย อบในเตาอบขนาดเล็ก ไม่เปลืองไฟ ไม่ใช้เวลามาก  ตั้งอุณหภูมิที่ 200 เซลเซียส ใช้เวลาอบเพียง 12-15 นาที

ถาม: เตาอบขนาดเล็ก ที่เหมาะกับการทำชิฟฟอนคัพเค้ก 6 ถ้วย สูตรนี้
ตอบ: เตาอบขนาดเล็กตั้งโต๊ะ น้ำหนักเบา ยกไปวางตามที่ต่างๆ ได้สะดวก ไม่กินพื้นที่ ไม่ใช้ไฟมาก ตั้งอุณหภูมิความร้อนได้ ตั้งเวลาได้
1.เตาอบลมร้อนขนาด 7 ลิตร กำลังไฟ 700 วัตต์ เตาอบมีไฟบนและพัดลมที่ติดตั้งอยู่บนฝาอบด้านบน เปิดฝาออกด้านบน และ ต้องมีพื้นที่สำหรับตะแกรงวางฝาอบด้านนอก
2.เตาอบไฟฟ้าตั้งโต๊ะ ขนาด 9 ลิตร กำลังไฟ 650/800/900 วัตต์ เตาอบมีไฟบนล่าง ฝาเปิดด้านหน้าติดอยู่กับเตาอบ

✌ชิฟฟอนคัพเค้กทำด้วยมือแสนอร่อย✌

ขนมปังไส้ครีมคัสตาร์ด ครีมที่ทำจากไข่แดงต้มสุก

ครีมบัน หรือ ครีมปังแบบขนมปังสอดไส้ครีมคัสตาร์ดของญี่ปุ่น
Cream Bun -  Cream Pan

ขนมปังไส้ครีมจากไข่แดงต้มสุก
Cooked Egg Yolk Custard Cream Bun

ไข่แดงต้ม มาจาก การต้มไข่เต็มฟอง แล้วแยก ไข่แดงออกมาจากไข่ขาว

ไข่ขาวสุกเป็นอาหารโปรตีน สำหรับคนที่กำลังเพาะกาย ควบคุมน้ำหนักตัว รวมไปถึง คนที่กำลังดูแลสุขภาพ ในเรื่องคลอเรสเตอรอล

ไข่แดงสุกนำมาทำอาหารและขนมได้หลากหลาย หนึ่งในนั้นคือการนำ ไข่แดงต้มมาทำครีมคัสตาร์ด ด้วยสูตรเดียวกัน กับการทำครีมคัสตาร์ดจากไข่แดงสด






ไส้ครีมทำจากไข่แดงต้มสุก
สำหรับขนมปังอบ

ส่วนผสมไส้ครีมจากไข่แดงต้มสุก 12 ชิ้น
1.ไข่แดงต้มสุก..... 3 ฟอง
2.น้ำตาล..... 55 กรัม (4 ช้อนโต๊ะ 1 ชช)
3.แป้งข้าวโพด.....  1 ชต+1ชช+1/4ชช
4.แป้งเค้ก.....  1 ชต+1ชช+1/4ชช
5.นมสดเต็มไขมัน.....  250 มล. (250 กรัม)

วิธีทำไส้ครีมจากไข่แดงต้มสุก
1.ไข่แดงต้มสุกบดละเอียด (ใส่ไข่แดงต้มในถุงพลาติก ใช้ขวด คลึงถุงแบน เนื้อเนียนละเอียด หรือ
ใส่ไข่แดงต้มลงในถ้วย ใช้ช้อนกดให้ละเอียด)
2.ไข่แดง น้ำตาล คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน  ส่วนผสมเป็นสีเหลืองเข้มๆ/สีส้ม/หรือสีส้มแดง มีลักษณะข้นเหนียว
3.ใส่แป้ง ข้าวโพด และ แป้งเค้ก คนผสมเข้ากัน ลักษณะข้นเหนียว สีของส่วนผสมเริ่มอ่อนลง
4.ต้มนมสดด้วยไฟกลางค่อนข้างอ่อน จนถึงจุดเดือด ลดไฟให้อ่อนสุด
5.เทนม ลงในส่วนผสมของไข่แดง 1/3 ส่วน คนไห้เข้ากัน ส่วนผสมเหลว ไม่ติดภาชนะ
6.เทส่วนผสมไข่แดง+นม ผ่านกระชอนตาข่าย ลงในหม้อต้มนมบนเตา แล้วคนด้วยตะกร้อมือทันที ไม่หยุด ใน 1-2 นาทีส่วนผสมเริ่มข้น คนต่อ อีก 1-3 นาที
7.เทส่วนผสมร้อนๆ ลงในภาชนะทนร้อน/เย็น ทรงสี่เหลี่ยม  รอสักครู่ วางแผ่นพลาสติกแรปบนหน้าครีม
8.วางภาชนะ ลงในถาดน้ำเย็น ให้ครีมคลายร้อน จนเย็นสนิท ปิดฝาภาชนะ เข้าตู้เย็น 24 ชั่วโมง ขึ้นไป
9.ครีมแข็งตัว ตัดครีมออกเป็น 12 ชิ้นเท่าๆกัน
จาก ข้อ 7-9 หากต้องการทำรูปทรงของครีมเป็นรูปโดมขนาด 1 ชิ้น เทลงพิมพ์เค้กป๊อป รูปครึ่งวงกลม

ส่วนผสม ขนมปังไส้ครีมไข่แดงต้มสุก 12 ชิ้น
1.นมผงขาดมันเนย..... 2 ช้อนโต๊ะ (6 ชช.)
2.น้ำตาล..... 2 ช้อนโต๊ะ (6 ชช)
3.เกลือป่นละเอียด(แห้ง)..... 1/4+1/8 ชช.
4.ยีสต์..... 3/4 ช้อนชา (1/2+1/4 ชช)
5.น้ำ..... 75 มล. +
6.น้ำมัน..... 1 ช้อนโต๊ะ
7.แป้งสาลีอเนกประสงค์..... 150 กรัม
หรือ แป้งขนมปัง.....120 กรัม + แป้งเค้ก 30 กรัม
8.ไข่ไก่#2..... 1/3-1/2 ฟอง 17-25 กรัม

วิธีทำขนมปังไส้ครีมไข่แดงต้มสุก
1.ผสม 1-5 และแป้ง 4 ช้อนโต๊ะ เข้ากัน
2.ใส่น้ำ คนส่วนผสมเข้ากัน พัก 2-10 นาที
3.ใส่น้ำมัน คนเข้ากัน
4.ใส่แป้ง 8  ช้อนโต๊ะ คนเข้ากัน
5.ใส่ไข่ คนเข้ากัน
6.ใส่แป้ง ที่เหลือทั้งหมด นวดเจนเนียน
7.ทำก้อนกลม พักในภาชนะปิดฝา 20 นาที
8.แบ่งแป้ง 12 ส่วนเท่าๆ กัน คลึงกลม
9. การห่อไส้ 2 แบบ
- คลึงแป้งเป็นรูปวงรี วางแท่งครีม(ไส้ครีม) ตรงกลาง จากนั้นพับทบเข้าหากัน ปิดขอบบีบไล่อากาศออก เป็นรูปทรงกระเป๋าแบนมีขอบราว 1ซม. ตัดขอบให้แยกออก เป็นแฉก 2-3 แฉก
- คลึงแป้งเป็นรูปวงกลม วางไส้ครีม ตรงกลาง จากนั้น จีบแป้งปิดเป้นก้อนกลม
10. พักแป้งในพิมพ์ซิลิโคน  1 ชั่วโมง แป้งขึ้นอีกเท่าตัว
11.อบขนมปัง ด้วยความร้อน 200 องศาเซลเซียส  15 นาที

บราวนี่ สูตรเพิ่มไข่แดง ขนมหวานแสนอร่อย

บราวนี่ เพิ่มไข่แดง

บราวนี่เพิ่มไข่แดง ภายนอกแห้ง ดูเหมือนหน้ากรอบ แต่แท้จริงแล้ว เป็นบราวนี่ที่ภายนอกแห้งนุ่ม ภายในยิ่งนุ่มกว่า เป็นขนมที่มีความหวานมันกำลังดี

ไข่แดงที่นำมาเติมในบราวนี่ สูตรนี้ ใช้ได้ทั้ง ไข่แดงสด หรือ ไข่แดงที่ต้มสุกแล้ว




ถ้าเป็นอย่างหลังภายในขนมบราวนี่ที่มีไข่แดงสุกเป็นส่วนผสม มีลักษณะแห้งมากกว่า โดยยังคงมีความหวานมันของขนมเช่นเดียวกันกับสูตรไข่แดงสด

การจัดทำบราวนี่สูตรนี้ให้อยู่ในขนาดเล็ก เพื่อจำกัด น้ำตาล คอเลสเตอรอล และไขมัน จากไข่แดงและเนย ให้อยู่ในปริมาณไม่มากเกินไปในแต่ละชิ้น โดยลดจาก บราวนี่ขนาดมตรฐาน 4-6 ชิ้น เป็นบราวนี่ขนาดเล็กสูตรอร่อย 12-16 ชิ้น และเสริฟวันละไม่เกิน 1/2-1 ชิ้น


ส่วนผสม บราวนี่ เพิ่มไข่แดง 
12 ชิ้นเล็ก ขนาดประมาณ 45 กรัม


1.เนยจืดละลาย..... 100 กรัม
2.น้ำมันพืช..... 1 ช้อนโต๊ะ
3.ผงโกโก้ ไขมัน 10-12%..... 5 ช้อนโต๊ะ 1 ช้อนชา 
4.น้ำตาลทรายแดงละเอียด..... 150 กรัม
5.น้ำตาลป่น/ไอซิ่ง..... 75-100 กรัม
6.เกลือป่น..... 1/4 ช้อนชา
7.วานิลลา..... 1 ช้อนชา
8.ไข่แดง/ไข่แดงต้มบดละเอียด..... 2 ฟอง
9.ไข่ไก่#2..... 2 ฟอง
10.ผงฟู..... 1/4 ช้อนชา
11.แป้งสาลีอเนกประสงค์..... 5 ช้อนโต๊ะ 1 ช้อนชา


วิธีทำ บราวนี่ เพิ่มไข่แดง
1.นำเนยจืดและน้ำมันพืชใส่หม้อสเตนเลส ตั้งไฟอ่อน จนละลาย ยกลง
2.ใส่ผงโกโก้ลงในเนยละลาย ใช้ตะกร้อมือ คนเข้ากันดี 
ตอนนี้ส่วนผสมเป็นสีน้ำตาลเข้มของโกโก้
3.ใส่น้ำตาลทรายแดงละเอียด น้ำตาลป่น/ไอซิ่ง เกลือป่น และ วานิลลา ลงไปในส่วนผสม คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน ดอนนี้ส่วนผสมเริ่มข้นเหนียวและมีความมัน และส่วนผสมเย็นลงแล้ว
4.ใส่ไข่แดงบดละเอียด คนเข้ากัน
5.ใส่ไข่ไก่ ทีละฟอง คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน
6.ผสมแป้งและผงฟู ใส่ลงไป คนผสมเข้ากัน 
7.นำส่วนผสมใส่ถาชนะปิดฝา พักไว้ในอุณภูมิห้อง 30 นาที
และ นำส่วนผสมเข้าตู้เย็น 1 คืน 
8.ตักส่วนผสมบราวนี่ ใส่ถ้วยพิมพ์ซิลิโคน หรือ 
พิมพ์รองกระดาษไข จำนวน 12-16 ถ้วย
9.อบบราวนี่สูตรเพิ่มไข่แดง

อบไฟ 180 องศาเซลเซียส ในเตาอบ 25 นาที 
หรือ
อบในเตาอบลมร้อนขนาด 7 ลิตร ครั้งละ 6 ชิ้น
อบไฟ 200 องศาเซลเซียส 5 นาที ต่อด้วย
อบไฟ 50 องศาเซลเซียส อีก 15-20 นาที

10.บราวนี่หน้าแห้งแล้ว ใช้ช้อนส้อมจิ้มลงไปในเนื้อขนม
ไม่มีส่วนผสมเหลวเกาะติดออกมา
แสดงว่าบราวนี่เพิ่มไข่แดง สุกได้ที่พอดี 
ขนมข้างนอกแห้งขึ้นรูปและข้างในนุ่มคงตัว 
นำออกจากเตา พักสักครู่ พร้อมเสริฟ

และนี่ก็คือ 
ขนมหวานรสซ็อคโกแลตแสนอร่อยเต็มๆคำ 
ที่เรียกว่า
บราวนี่ สูตรเพิ่มไข่แดงนั่นเอง...

ขนมปังนมสดฮอกไกโด นุ่มๆ แบบญี่ปุ่น สูตรมีทั้งฉ่วง เป็นส่วนผสมตั้งต้น


ขนมปังนมสด มิลค์เบรด/มิลค์โรล ที่มี "ทั้งฉ่วง" เป็นสตาร์ทเตอร์ แบบฮอกไกโด ญี่ปุ่น

ขนมปังนุ่มๆ มีหลากหลายสูตร แต่สูตรไหนจะนุ่มอร่อยเท่าขนมปังนมสดสูตรฮอกไกโด ของ ญี่ปุ่น
เป็นไม่มี เอาอย่างนั้นเลย

และเป็นขนมปังอีกประเภทหนึ่งที่ไม่ต้องออกแรงนวดแป้งมากนัก เพราะเป็นการนวดแป้งนิ่มๆ นวดได้ต่อเนื่อง จนนุ่มเนียน
หรือว่านวดพอให้เนียนเข้ากันดีโดยใช้เวลาไม่นานก็ทำได้

ขนมปังนมสดแบบญี่ปุ่นมีหลายสูตร  เช่นกัน  และ ทุกสูตรมีนมโค เป็นส่วนประกอบสำคัญ
บางสูตรใส่ทั้งนมสด นมผง และน้ำ
บางสูตรใส่นมสด แล้ว ใส่ครีม เพิ่มความชุ่มมัน
บางสูตร ใส่นมสดล้วนๆ เช่นสูตรนี้ ซึ่งเป็นอีกสูตรที่ทำแล้วต้องทำอีกหลายๆครั้ง

ขนมปังนมสดแบบญี่ปุ่นสูตรนี้
มีแป้งตั้งต้น(Starter) ในภาษาญี่ปุ่นคือ  รู (ルー - Rū) คือรูประเภท แป้งข้นในน้ำร้อน
ซึ่งใกล้เคียงกับคำว่า รู (Roux -  ro͞o) ในภาษาอังกฤษ  ที่เป็น แป้งข้นในน้ำมัน(เนย) ร้อน (แป้งผัดกับเนยจนข้น)
การทำขนมปังนมฮอกไกโด ชนิดนี้ เป็นที่แพร่หลาย โดยทั่วไปมีการกล่าวถึงรูแป้งข้นในน้ำร้อนชนิดนี้เป็นภาษาจีนว่า "ทั้งฉ่วง"

ภาษาจีนว่าด้วย แป้งข้นในน้ำร้อน
ทั้งฉ่วง (汤种 - Tāng zhǒng) แป้งข้นในน้ำร้อน
ทั้ง/ทัง (汤 - Tāng) คือ  ซุป (Soup) แปลเป็น ภาษาญี่ปุ่น น้ำร้อน Hot water (湯 - yu หรือ お湯 - Oyu)
ฉ่วง /โจ่ง (种 - Zhǒng) แปลว่า ชนิด (Species, Kind)
ทั้งฉ่วงซั่วฝ่า (汤种做法 - Tāng zhǒng zuòfǎ) หมายถึง วธีทำ รูหรือแป้งข้นในน้ำร้อน

ส่วนผสม ทั้งฉ่วง สตาร์ทเตอร์ 
"แป้งข้นในน้ำร้อน"

ในสูตรนี้ สัดส่วน น้ำ+นม ต่อ แป้ง
ตวงตามปริมาณ น้ำ+นม 3 ส่วน ต่อ แป้ง 1 ส่วน,
ชั่งตามน้ำหนัก น้ำ+นม 6 ส่วน ต่อ แป้ง 1 ส่วน

1.นมสด..... 75 กรัม
(หรือ น้ำ 37.5 กรัม+นม 37.5 กรัม)
2.แป้งสาลีอเนกประสงค์..... 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ ทั้งฉ่วง สตาร์ทเตอร์
"ทั้งฉ่วง แป้งคนในน้ำร้อนตั้งไฟ คนจนข้นขึ้นรอยตะกร้อ ที่ความร้อน 65 องศาเซลเซียส"

1.น้ำ+นมผสมกับแป้งลงหม้อสเตนเลส คนด้วยตะกร้อมือจนเข้ากัน ไม่มีเม็ดแป้ง
ถ้ามีเม็ดแป้ง กรองด้วยกระชอน บดขยี้แป้งกับน้ำ จนกว่าจะเป็นเนื้อเดียวกัน
2.ตั้งหม้อสเตนเลสบนเตาด้วยไฟอ่อน  ใช้ตะกร้อมือ คนส่วนผสม ต่อเนื่อง
3.คนส่วนผสมจนแป้งเริ่มข้น มีรอยของตะหร้อยมือที่ก้นหม้อแล้ว ร้อนประมาณ 65 องศาเซลเซียส ยกหม้อลง
4.พักจน ทั้งฉ่วง แป้งข้นในน้ำร้อน เย็นลง ต่ำกว่า 35 องศาเซลเซียส

ส่วนผสมทำขนมปัง มิลค์เบรด/มิลค์โรล ฮอกไกโด ญี่ปุ่น
1.สตาร์ทเตอร์ ทั้งฉ่วง ทั้งหมด ประมาณ.....87.5 กรัม
2.แป้งสาลีอเนกประสงค์..... 250 กรัม
3.ยีสต์  (1 ช้อนโต๊ะ )..... 8.25 กรัม
4.ไข่ไก่..... 50 กรัม
5.เนยเค็มละลาย..... 50 กรัม
(ถ้าเป็นเนยจีดละลาย 50 กรัม เติมเกลือป่นมีไอโอดีน 1/4-1/2 ช้อนชา)
6.นมสด.....ไม่เกิน 100 กรัม

วิธีทำแป้งขนมปังนมสด มิลค์เบรด/มิลค์โรล แบบญี่ปุ่น อีกวิธีที่ได้ผลดี
1.ร่อนแป้ง 1 ครั้ง แบ่งแป้งออกเป็น 5 ส่วน ส่วนละ 50 กรัม
2.ตีไข่ให้แตก พักไว้ ละลายเนย พักไว้
3.นมสด 50 กรัม แป้ง 50 กรัม ยีสต์ 1 ช้อนโต๊ะ  ผสมรวมคนให้เข้ากัน พัก จนขึ้นครีม
4.ใส่ไข่ไก่ ใส่เนยละลาย คนเข้ากัน
5.ใส่แป้งครั้งละ 50 กรัม คนเข้ากัน
6.ถ้าส่วนผสมเริ่มแห้ง เติมนมสดที่เหลือ ครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ
7.นวดแป้งนุ่มๆ จนเนียน
8.คลึงแป้งให้เป็นก้อนกลม พักในภาชนะ คลุมผ้า 1 ชั่วโมง หรือ จนขึ้นฟูสองเท่า
9.ทดสอบแป้งด้วยการ ใช้นิ้วชี้ จิ้มลงไปในเนื้อแป้งและดึงออก  ถ้าแป้งเป็นรอยบุ๋ม ใช้ได้แล้ว
กดแป้งไล่ลมออก เตรียมนำไปขึ้นรูป

วิธีทำรูปร่าง มิลค์โรล แบบทรงกรวยตัดหรือก้นหอย ตามภาพ
(ขนมปังทรงกรวยตัด/หน้าก้นหอย ทำครั้งนี้ เพื่ออบในเตาอบขนาดเล็ก ทรงสูง เพื่อให้แป้งขยายขึ้นสูงได้)

1. คลึงแป้งเป็นป็แผ่นกลม ตัดออกเป็น 2 ส่วนเท่าๆ กัน
2.คลึงแป้งแต่ละส่วนให้เป็นท่อนยาว
3.ตัดแป้งท่อนละ 5 ก้อน เท่าๆ กัน รวมเป็น 10 ก้อน คลึงแป้งให้เป็นทรงกลม
4.นำแป้งก้อนทรงกลมลงวางบนผิวเรียบ
5.คลึงแป้งเป็นแผ่นกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 นิ้ว
6.ตัดแป้ง จากจุดศูนย์กลางถึงขอบให้ขาด 1 เส้นรัศมี
7.จับขอบที่เป็นรอยตัด ด้านขวามือ 1/2-1 นิ้ว พลิกขึ้นไปทับแผ่นแป้ง
8.จากนั้นม้วนแป้งตามไปจนมาบรรจบรอยตัดอีกด้าน  เป็นทรงกรวย ด้านบนเป็นกลีบ/ก้นหอย วนไปโดยรอบ
9.วางปลายกรวยลงพื้นเรียบ กดแป้งลง ให้เป็นฐานที่ตั้งได้ จากนั้นนำไปวางในพิมพ์ที่ทาน้ำมันไว้แล้ว
10.พักแป้งขนมปังมิลค์เบรด/มิลค์โรลแบบญี่ปุ่น จนแป้งขึ้นมาล้นถ้วยพิมพ์

วิธีอบขนมปังนมสด มิลค์โรล ฮอกไกโด ญี่ปุ่น  ในเตาอบลมร้อน
1.ทาหน้ามิลค์โรลที่ขึ้นล้นถ้วยพิมพ์ด้วยนมสดให้ทั่ว
2.อบในเตาอบลมร้อน ขนาด 7 ลิตร ครั้งละ 5 ถ้วย 15 นาที
ตั้งความร้อน 200 องศาเซลเซียส อบ 5 นาที จนขนมเริ่มขยายตัวเพิ่มขึ้นและผิวหน้าขนมปังเริ่มเป็นสีน้ำตาลอ่อน
ปรับลดความร้อน อุณหภูมิไม่เกิน 50  องศาเซลเซียส อบต่อ 10 นาที
3.ได้ออกมาเป็นขนมปังนมสด ทรงกรวยตัด หรือหน้าก้นหอย ทรงที่ขยายตัวได้ทั้งด้านข้างและตรงกลางสุดขึ้นสูงได้
4.ทาเนยสดละลายบนผิวขนมปังนมสด มิลค์เบรด/มิลค์โรล (ถ้าต้องการ)

ขนมปังนมสด มิลค์เบรด/มิลค์โรล สูตรมี "ทั้งฉ่วง" เป็นสตาร์ทเตอร์ ตามแบบญี่ปุ่นนี้ นับเป็นขนมปังที่ อร่อย หวาน  นุ่ม เนิ้อไม่แห้ง ดึงออกมาเป็นชิ้นทานกับนมได้เลย
หรือว่า หลังอบออกมาร้อนๆ โรยน้ำตาลป่น + ซินนาม่อน ทานกับโกโก้ร้อนเย็น ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ อ่ิ่มอร่อย นุ่ม นุ่ม เต็มๆ คำ



ขนมมันเทศนมสด ขนมนึ่งหน้าแตกแสนอร่อยและมีคุณค่า

ขนมมันเทศนมสดขนมนึ่งหน้าแตกสูตรนี้ มีลักษณะ 2 อย่างประกอบกัน คือ นุ่มยีดหยุ่นและ หน้าแตกฟู

ขนมมันเทศนมสด มีรสหวานพอดี และ ให้สีเหลือง อ่อนๆ จากเนื้อมันเทศที่กลมกลืนกับเนื้อขนมจนแยกไม่ออก

สูตรขนมมันเทศต้นแบบ เป็นสูตรที่มีกะทิเป็นส่วนผสมหลัก ซึ่งความหอมของกะทิเข้ากันได้ดีกับน้ำตาลและส่วนผสมทั้งหมด ทำออกมาแล้วความหอมหวานมีส่วนคล้ายขนมตาล แต่เนื้อแน่นฟูกว่าขนมตาล

และเมื่อแทนที่กะทิด้วยนมสด  นมพร่องมันเนย นมขาดมันเนย นมผงผสมน้ำ หรือ นมข้นจืด(เพิ่มความมัน) ได้ขนมมันเทศรสนม ที่ให้ความหอมอร่อย ไม่แพ้กัน และเก็บไว้ได้หลายวัน ทานได้อิ่มอร่อย ทั้งเด็กๆ และผู้ใหญ่

ขนมนึ่งหน้าแตกอร่อยมีคุณค่าของมันเทศนี้ ทำกันมาก ในแถบเอเซียที่มีชาวจีนอยู่กันโดยทั่วไป ขนมมันเทศหน้าแตกฟู  อยู่ในกลุ่มของขนมถ้วยฟูทำทานทำขายช่วงเทศกาล ให้รุ่งเรืองเฟื่องฟู

ขนมมันเทศนึ่งหน้าแตก มีหลากหลายสูตร ที่ทำให้ขึ้นฟูหน้าแตก มีทั้งแบบ ใส่ผงฟู  เป็นหลักอย่างเดียว คนและนวดผสมเข้ากันนึ่งได้เลย หรือตึไข่และน้ำตาลให้ขึ้นครีมก่อนผสมมันเทศแป้งผงฟู พักสักครู่แล้วนึ่งไฟแรง  หรือ แบบที่มีทั้ง ยีสต์และผงฟู ที่มีขั้นตอนวิธีการทำและใช้เวลา อย่างเช่นสูตรนี้

ขนมมันเทศนมสด หน้าแตก  
12-14 ถ้วย

ส่วนผสมรวมทั้งหมด 9 รายการ
1.แป้งสาลีอเนกประสงค์..... 225-250 กรัม
2.มันเทศนึ่งบด..... 150 กรัม
3.นมสด..... 220 กรัม
4.ไข่ไก่..... 50 กรัม
5.น้ำตาลทรายป่น..... 200 กรัม
6.เกลือป่นมีไอโอดีน..... 1/2 ช้อนชา
7.ยีสต์..... 1 1/2 ช้อนชา
8.ผงฟู..... 1/2 ช้อนชา
9.วานิลลา..... 1/2 ช้อนชา

ขั้นตอน เตรียมพิมพ์ และลังถึงสำหรับนึ่ง
1) เตรียมถ้วยพิมพ์ วางถ้วยกระดาษในถ้วยพิมพ์ วางลงในลังถึงส่วนบน
(ลังถึงขนาดกลาง วางได้ 8 ถ้วย, ขนาดเล็ก วางได้ 5 ถ้วย)
2) เตรียมลังถึงส่วนล่าง ใส่น้ำ 3/4 ของลังถึง

ขั้นตอน 1 การเตรียมส่วนผสม

เตรียม 1  เตรียมส่วนผสมของแป้ง ร่อนแป้งรวมกับผงฟู พักไว้
1) แป้งสาลีอเนกประสงค์..... 200-225 กรัม
2) ผงฟู..... 1/2 ช้อนชา
ผสมรวม แป้งสาลีฯ และผงฟู ใช้ตะกร้อมือ คนเข้ากัน และเป็นการร่อนแป้งไปในตัวให้กระจายไม่จับตัวเป็นก้อน แบ่งเป็น 3 ส่วน พักไว้

เตรียม 2 เตรียมส่วนผสมของเหลว นม มันเทศ
1) มันเทศนึ่งบด..... 150 กรัม
2) นมสด..... 170 กรัม
ผสมมันเทศบดและนมสด คนผสมด้วยตะกร้อมือ หรือ ปั่นด้วยเครื่องปั่นของเหลว ให้เป็นเนื้อเดียวกัน แบ่งเป็น 2 ส่วน พักไว้

เตรียม 3 ทำส่วนผสมแป้งเชื้อจากยีสต์ 
คนผสมส่วนผสม 3 รายการนี้ เพื่อนำไปใช้ ปิดฝา พักไว้ 30 นาที จนขึ้นฟูเป็น 2 เท่า
1) แป้งสาลีอเนกประสงค์..... 25 กรัม
2) ยีสต์..... 1 1/2 ช้อนชา
3) นมสด..... 50 กรัม
ในระหว่างที่แป้งเชื้อกำลังทำงาน ทำขั้นตอนต่อไป ให้เสร็จทันเวลาภายใน ครึ่งชั่วโมง

เตรียม 4 เตรียมส่วนผสมของไข่ ตีให้ขึ้นฟู
1) ไข่ไก่..... 50 กรัม
2) น้ำตาลทรายป่น..... 200 กรัม
3) เกลือป่นมีไอโอดีน..... 1/2 ช้อนชา
4) วานิลลา..... 1/2 ช้อนชา
ตีไข่ให้กระจายตัว 1-2 นาที จากนั้น ตักน้ำตาลทรายป่น ใส่ทีละ 1 ช้อนโต๊ะ
ตีความเร็วปานกลางจนส่วนผสมของไข่และน้ำตาลที่เป็นของเหลวตามสีส้มอ่อนๆ ของไข่ไก่ จนสีเริ่มจางลง ส่วนผสมฟูขึ้น ทีละนิด มีลักษณะเป็นครีมข้นเบา จากนั้น ใส่เกลือป่น ตีเข้ากัน และ ใส่วานิลลา ตีผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน

ขั้นตอนที่ 2 รวมส่วนผสมขนมมันเทศนมสด
1) ในส่วนผสมไข่ที่ตีขึ้นฟูเป็นครีมแล้ว  (จากตรียม 4 )
2) ใส่ ส่วนผสมของแป้งและผงฟู  (จากเตรียม 1 ) สลับกับ ส่วนผสมของเหลวนมและมันเทศ  (จากเตรียม 2 )
เริ่มด้วย แป้ง จบด้วยแป้ง  คนผสมเบาๆ ให้เข้ากันด้วยตะกร้อมือ หรือ ไม้พาย
3) ใส่ส่วนผสมแป้งเชื้อจากยีสต์ ด้วยการตัก/ตัดเป็นชิ้นเล็กๆ และคนส่วนผสมเบาๆ อย่างรวดเร็ว ให้เข้ากันอย่างทั่วถึงทุกส่วน
4) คลุมผ้า พักไว้ 30-40 นาที ส่วนผสมฟูขึ้น ข้นยิ่งขึ้น จากการทำงานของยีสต์
5) ตั้งลังถึงส่วนล่างที่ใส่น้ำ บนเตาใช้ไฟกลางค่อนข้างแรง จนน้ำในลังถึงเดือดพล่าน
6) คนส่วนผสมเบาๆ พลิกล่างขึ้นบน จากบนลงล่าง พลิกซ้ายไปขวา
7) ตักส่วนผสมลงถ้วยพิมพ์กระดาษ 3/4  ของถ้วย วางลงในลังถึง เว้นระยะห่างกัน 1/2 นิ้ว
8) ( ลังถึงบนเตาน้ำเดือดแล้ว ) วางลังถึงขนมมันเทศนมสด ลงบนลังถึงส่วนล่าง ปิดฝา นึ่งชั้นเดียว
9) นึ่งขนมมันเทศนมสด 25 นาที ด้วยไฟแรง

ได้ขนมมันเทศนมสดขึ้นฟูเกินถ้วยพิมพ์ หน้าแตก 3-5 แฉก  หอมกรุ่น สีครีม หรือ สีเหลือง ตามสีของมันเทศและไข่ไก่ และรสชาติหวานอร่อยกำลังดี

ขนมมันเทศนมสด หน้าแตกสวย  เป็นขนมที่เหมาะกับช่วงเวลาเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ เพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ถึงสิ่งที่ดีๆ มีความเบิกบาน และ ความเจริญก้าวหน้า ของกิจการงานต่างๆ

คุกกี้น้ำมันมะพร้าว ช็อคโกแลตชิพ

คุกกี้ช็อคโกแลตชิพน้ำมันมะพร้าว หรือ 
คุกกี้น้ำมันมะพร้าว รสช็อคโกแลตชิพ

น้ำมันมะพร้าว - ความกรอบมันของคุกกี้
สำหรับทำคุกกี้ช็อคโกแลตชิพ
เลือกน้ำมันมะพร้าว ที่ได้มาจากการสกัดร้อน
เป็นน้ำมันที่เหมาะสำหรับทำอาหาร ผัด ทอด ทั่วไป และ
เลือกน้ำมันมะพร้าว ที่ได้มาจากการสกัดเย็น หรือ บีบเย็น
ที่เหมาะสำหรับ ประกอบอาหารสด หรือ ขนมที่กลิ่นรสอ่อนๆ
น้ำมันมะพร้าว นำมาทำเบเกอรี่ได้ ทั้งสองชนิด
ต่างกัน ที่ กลิ่นรส และ ราคา

น้ำมันมะพร้าวสำหรับทำอาหาร จะมีกลิ่นรส ของมะพร้าวอยู่ด้วย
ต้องเติมกลิ่นวานิลลา ให้กลมกลืนกับ กลิ่นมะพร้าว
นอกจากนั้น น้ำมันมะพร้าว ยังผสมรวม เข้ากันได้ดีกับน้ำตาล ไข่ เกลือ เบกิ้งโซดา และ แป้ง
และเมื่อนำน้ำมันมะพร้าว มาทำคุกกี้ช็อคโกแล็ตชิพ จะได้คุกกี้ที่มีรสชาติ กรอบหอมมัน

ช็อคโกแล็ตชิพ - ตัวเอกของคุกกี้
สำหรับสูตรการทำคุกกี้ช็อคโกแล็ตชิพน้ำมันมะพร้าว
เลือกช็อคโกแล็ตชิพขนาด กลาง รส กึ่งหวาน และ
เลือกชนิดใดก็ได้ ระหว่างดาร์กช็อคโกแล็ตชิพ ที่มีไขมันโกโก้ มาก หรือ มีน้อย
หรือ เลือกมิลค์ช็อคโกแล็ตชิพ(รสนม)  เข้ามาเป็นส่วนผสมอย่างดี
ความต่างอยู่ที่รสชาติ และ ราคา เช่นเดียวกัน

น้ำตาลทราย - ความหวานของคุกกี้
การทำคุกกี้ช็อคโกแล็ตชิพน้ำมันมะพร้าว
น้ำตาลทรายขาว ช่วยให้ความหวาน
น้ำต่าลทรายแดง ช่วยความหวาน และ ที่สำคัญ ให้กลิ่นหอม และ สีน้ำตาล
สำหรับคุกกี้ที่มีน้ำมันมะพร้าวสีขาวๆ เป็นส่วนผสม สีของน้ำตาลทรายแดงมีส่วนช่วยให้คุกกี้มีสีน้ำตาลอ่อนๆ เพิ่มขึ้น

ส่วนผสมคุกกี้ช็อคโกแลตชิพน้ำมันมะพร้าว
4 โหล 48 ชิ้น
1.น้ำมันมะพร้าว.....110-115 กรัม
2.น้ำตาลทรายแดง..... 100 กรัม
3.น้ำตาลทรายขาว..... 67-70 กรัม
4.ไข่ไก่ .....1 ฟอง 50 กรัม
5.วานิลลา..... 1-2 ช้อนชา
6.แป้งสาลีอเนกประสงค์..... 150 กรัม
7.เบกิ้งโซดา..... 1 ช้อนชา
8.เกลือป่น..... 1/4 ช้อนชา
9.ช็อคโกแลตชิพ..... 150 กรัม

ส่วนผสม ที่เป็นทางเลือก ใส่หรือไม่ก็ได้
แป้งข้าวโพด..... 2 ช้อนชา

ส่วนผสมของวานิลลา ถ้าใส่ 1 ช้อนชา จะกลมกลืนกับกลิ่นน้ำมันมะพร้าว
ถ้าเพิ่มอีก 1 ช้อนชา เป็น 2 ช้อนชา จะกลบกลิ่นน้ำมันมะพร้าวได้มากกว่า และได้คุกกี้ที่มีกลิ่นหอมๆ ของวานิลลา

วิธีการทำคุกกี้ช็อคโกแลตชิพ สูตรน้ำมันมะพร้าวนี้
1.เริ่มด้วย การเตรียมน้ำมันมะพร้าว หากอยู่ในเมืองหนาวอุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส
น้ำมันมะหร้าว จับตัวแข็งเป็นสีขาว ต้องทำการละลายน้ำมันมะพร้าว ด้วยแสงแดด ถ้ามีความร้อนจากแสงอาทิตย์เพียงพอ
2.บดป่นน้ำตาลทรายขาว และ น้ำตาลทรายแดง
3.ใส่น้ำมันมะพร้าว(ละลาย) ในภาชนะ ตามด้วยใส่น้ำตาลป่นทั้งสองชนิด คนเข้ากันดี
4.ใส่วานิลลา และ ใส่ไข่ไก่ คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน จะมีลักษณะ ข้นใส
5.คนผสม แป้ง เกลือป่น และ เบกิ้งโซดา ด้วยตระกร้อมือ
6.ใส่ส่วนผสมแป้งลงในส่วนผสมของไข่ ทีละน้อย พร้อมกับคนให้เข้ากันไปด้วย
7.ใส่ช็อคโกแลตชิพ  คนผสมให้เข้ากัน เบาๆ
8.พักส่วนผสมแป้งช็อคโกแลตชิพคุกกี้  30 นาที ในอุณหภูมิ ไม่เกิน 25 องศาเซลเซียส
9.วางกระดาษไขลงบน ถาด/พิมพ์
10.เปิดเตาอบ ที่อุณภูมิ 200 องศาเซลเซียส
11.ตักแป้ง 3/4 ช้อนโต๊ะ ปั้นก้อนกลม /หรือจับให้เป็นก้อน
12.วางลงบนกระกาษไข เว้นระยะ 1-1 1/2 นิ้ว
13.อบ 200 องศาเซลเซียส 12 นาที

14.ถ้าเป็นเตาอบลมร้อน 7 ลิตร อบครั้งละ 8 ชิ้น ในเวลา 12-15 นาที
เริ่มที่ 200 องศาเซลเซียส 5 นาที จนคุกกี้ขยายตัวออกด้านข้างและ ฟูขึ้นด้านบน
จากนั้นปรับความร้อนเป็น 50  องศาเซลเซียส อบต่อ 7-10 นาที
อบพอเป็นสีน้ำตาลอ่อน หรือ สีเหลือง พอแล้ว ตัวคุกกี้จะยังอ่อนตัวอยู่บ้างบางส่วน
หลังจากออกมาจากเตา ความร้อนจะยังมีอยู่ พักสักครู่ เมื่อคลายร้อนแล้ว  จะได้
คุกกี้น้ำมันมะพร้าว รสช็อคโกแลตชิพ ที่กรอบคงตัว และ มีสีน้ำตาล(ไม่เข้มมาก)

หากต้องการคุกกี้น้ำมันมะพร้าว รสช็อคโกแลตชิพ ที่กรอบนุ่ม ให้อบประมาณ 10 นาที
หรือ ให้เพิ่มขนาดแป้งคุกกี้แต่ละก้อนก่อนนำไปอบอีกประมาณหนึ่งเท่าตัวแล้ว อบ 12-15 นาที เท่าเดิม


วอฟเฟิลนุ่มๆ วิธีทำคล้ายกับชิฟฟอนเค้ก

วอฟเฟิล
วอฟเฟิลสูตรนี้ต่างจากของทางตะวันตก โดยเป็นวอฟเฟิลแบบตะวันออก ที่มีความหวานในตัวเช่นเดียวกับขนมรังผึ้งของไทย วอฟเฟิลสูตรนี้นำไปเสริ์ฟให้กับเด็กๆ ได้โดยไม่ต้องเพิ่มแยม น้ำผึ้ง ครีมหวาน หรือไอศครีม และสามารถทำออกมาเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมจัตุรัสเต็มๆพิมพ์ หรือว่าทำเป็นแผ่นขนาดเล็กลงมาดังภาพ 

สูตรวอฟเฟิล  สำหรับไข่ไก่ 1 ฟอง แป้งเค้ก 1 ถ้วย
"วอฟเฟิล สูตรนี้แยกส่วนผสมคล้ายกับการทำ เค้กชิฟฟอน"
ส่วนผสม
1.แป้งสาลีทำเค้ก..... 1 ถ้วย 90 กรัม
2.ผงฟู..... 4 กรัม  1 1/2 ช้อนชา
3.น้ำตาลทราย..... 50 กรัม 1/4 ถ้วย
4.เนยสดละลาย..... 50 กรัม 1/4 ถ้วย
5.ไข่ไก่#2..... 50 กรัม  1 ฟอง
แยกไข่แดง..... 17 กรัม/ไข่ขาว 33 กรัม
6.นมข้นจืด..... 75 กรัม 1/3 ถ้วย
7.น้ำ..... 25 กรัม 1/8 ถ้วย
8.วานิลลา..... 0.8 กรัม 1/4 ช้อนชา
เพิ่มจำนวนวอฟเฟิลให้มากขึ้น ด้วยการ เพิ่มจำนวนไข่ไก่และปริมาณของแป้งเค้ก และส่วนผสมอื่นๆ ตามสูตรพื้นฐานนี้

วิธีทำวอฟเฟิล นุ่มๆ สูตรหอมหวานมันกำลังดี นี้ คล้ายกับการทำ ชิฟฟอนเค้ก (เค้กชิฟฟอน )
"ทำการแยกไช่แดงไข่ขาว โดยแยกไข่แดงออกมารวมกับส่วนสมอื่นๆ และแยกไข่ขาวออกมาตีให้ขึ้นฟูจนตั้งยอดแข็ง"
1.เตรียมส่วนผสมไข่แดง
1) ทำส่วนผสมของแห้งก่อน โดยร่อนแป้งสาลีทำเค้กและผงฟูเข้าด้วยกัน เติมน้ำตาลทราย แล้วคนผสมให้เข้ากัน
2) จากนั้นทำส่วนผสมของแป้งเป็นหลุมตรงกลางภาชนะ 
3) ใส่เนยสดละลาย ไข่แดง นมข้นจืด น้ำ และวานิลลา ลงในหลุม แล้วใช้ตระกร้อมือคนส่วนผสมให้เข้ากันดี

2.เตรียมส่วนผสมไข่ขาว
1) ตีไข่ขาวด้วยความเร็วสูง จนไข่ขาวขยายตัวขึ้นฟูเนียน ตั้งยอดแข็ง

3.เทส่วนผสมของไข่แดงลงในไข่ขาวที่มียอดแข็ง แล้วใช้ไม้พายคนตะล่อมเบาๆ จนส่วนผสมเข้ากันดี (ขั้นตอนนี้ห้ามสลับกัน)
4.ตั้งเครื่องพิมพ์ไฟฟ้าสำหรับทำวอฟเฟิลไว้ที่ไฟกลางโดยตลอด และเมื่ออุ่นพิมพ์วอฟเฟิลจนได้ที่แล้ว
5.ใช้ทัพพีตักส่วนผสมวอฟเฟิล ลงตรงกลางพิมพ์ หรือ ตักใส่จนเต็มพิมพ์ ก็ได้
6.ปิดฝาพิมพ์ด้านบน อบวอฟฟเฟิล 3-4 นาที ด้วยไฟกลาง
7.นำวอฟเฟิลออกมาจากเตา 
8.(ทางเลือก) ทาน้ำมันเนยสดทั้งสองด้านของแผ่นวอฟเฟิล

วอฟเฟิลที่ได้ออกมามีลักษณะนุ่ม เหนียวพอสมควร ไม่แตกหักง่าย และ ไม่ติดพิมพ์ 
(วอฟเฟิลสูครนี้ไม่ต้องทาน้ำมันที่พิมพ์ เนื่องจากในเนื้อวอฟเฟิลมีน้ำมันเนยมากเพียงพอที่จะให้ได้วอฟเฟิลแผ่นสวยๆออกมา โดยไม่ติดพิมพ์ ไม่ว่า จะใส่แป้งวอฟเฟิลเต็มพิมพ์ หรือ ไส่เพียงบางส่วนตรงกลางพิมพ์  ก็ตาม)

หลังจากอบวอฟเฟิลสูตรนี้ออกมาแล้ว วอฟเฟิลมีความหวานมันในตัวอยู่แล้ว หากทาเนยสดทั่วทั้งแผ่น จะยิ่งทำให้วอฟเฟิลมีความหอม(หวาน)มันครบรส เพิ่มมากขึ้น  

เมื่อพักเย็น เก็บไว้ได้ 3 วัน หรือว่าเก็บในตู้เย็น เมื่อจะทาน นำวอฟเฟิลไปอุ่นในเตาอบราว 5 นาที จนขอบนอกของวอฟเฟิลเริ่มกรอบ จะได้ทั้งรสชาติที่อร่อยหวานมัน และได้ความหอมของน้ำมันเนยที่กระจายออกมามากยิ่งขึ้น 

หรือ หากจะนำวอฟเฟิลสูตรนี้ อุ่นในเตาไมโครเวฟ   วอฟเฟิล 1 แผ่น อุ่นไม่เกิน 1 นาที โดยไม่โหมไฟแรง ให้ตั้งความร้อนอยู่ที่ปานกลางราว 300-400 วัตต์ วิธีนี้จะได้วอฟเฟิลใหม่ จาก วอฟเฟิลค้างเก่า ที่ นุ่ม เหนียวอยู่ตัว รสชาติอร่อยกว่าตอนที่อบออกมาจากเตาอบใหม่ๆ อีกด้วย

ขนมปังหอคอยเบียดกัน #1

ชื่อขนมปังหอคอยเบียดกัน#1 เรียกตามลักษณะของขนมปังที่อบออกมาได้รูปทรงสูง

ขนมปังหอคอยเบียดกัน #1
เป็น ขนมปัง รสจืดธรรมดา  ลักษณะขนมปัง นุ่ม แห้ง
เหมาะสำหรับ ทานคู่กับ นมสด ช็อคโกแลต กาแฟ สังขยา ครีม/นมข้นหวาน หรือ แยมชนิดต่างๆ
รวมทั้ง ทานคู่กับ อาหาร เช่น สตูว์ ไก่ หมู เนื้อ หรือ ทะเล และ แกงเผ็ด หรือ แกงเขียวหวาน

ส่วนผสม ขนมปังหอคอยเบียดกัน #1
1. ยีสต์........ 2 ช้อนชา
2. น้ำตาลทราย........ 2 ช้อนโต๊ะ
3. เกลือ........ 1/4 ช้อนชา
4. นม........ 75 มล.
5. ไข่ไก่#2........ 1 ฟอง
6. เนยขาว........ 2-3 ช้อนโต๊ะ

อุปกรณ์ สำหรับอบ 
ถาดพิมพ์กลมขนาด 2 ปอนด์ เส้นผ่าศูนย์กลาง 7 นิ้ว มีปล่องกลางวางกระดาษไข ทาเนยขาว สำหรับอบ
เตาอบลมร้อน ขนาด 700 วัตต์ ตั้งเวลาอบได้

วิธีทำ ขนมปังหอคอยเบียดกัน #1
1. ผสมส่วนผสมทุกอย่างเข้ากัน ใช้ช้อนคนเข้ากัน ส่วนผสมมีลักษณะค่อนข้างแฉะ จากนั้นใช้มือนวดต่อจนได้แป้งที่เนียนและไม่ติดมือ  8-10 นาที
2. คลุมผ้าพักไว้ในที่มืด 30 นาที แป้งขึ้นขยายขนาดจากเดิมเป็น 2 เท่า กดแป้งไล่อากาศออก คลึงแป้งให้เป็นก้อนกลม
3. คลุมผ้าพักไว้ในที่มืดอีก 1 ชั่วโมง แป้งขึ้นขยายขนาดจากเดิมเป็น 3-4 เท่า กดแป้งลงทำเป็นท่อนยาว
4. ตัดครึ่งแบ่งแป้ง ออกเป็น 2 ท่อนก่อน และ ตัดครื่งแต่ละท่อน ได้ 4 ท่อน จากนั้น ตัดครึ่งแต่ละท่อน รวมทั้งหมดได้ 8 ก้อน
5. นำแป้ง ทั้ง 8 ก้อน มาคลึงกลมทีละก้อน และ  คลึงแผ่ออกเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้่าง 3-4 นิ้ว ยาว 6-7 นิ้ว
6. จากนั้น  ม้วนขอบแป้งด้านกว้าง (ด้านที่แคบ ไม่ใช่ด้านยาว) ไปจรดขอบด้านตรงข้าม ในลักษณะเป็นท่อนกลม
7. แล้วตัดครึ่งท่อนแป้ง วางส่วนตัดให้เป็นฐาน ส่วนปลายขึ้นข้างบน จัดวางสลับ 2 แถว ชิดด้านข้างของถาดพิมพ์ และ ชิดปล่องกลางในพิมพ์ จัดระยะห่างระหว่างก้อนประมาณ 1/2- 1 นิ้ว ได้ทั้งหมด 16 ก้อน
8. อบขนมปัง ในเตาอบลมร้อน ขนาด 700 วัตต์ เป็นเวลา 20 นาที
อบไฟ 150 องศาเซลเซียส 5 นาที หน้าขนมปังเริ่มเป็นน้ำตาลอ่อนบางส่วนในแต่ละก้อน ลดความร้อน
อบไฟ 80 องศาเซลเซียส 5 นาที หน้าขนมปังเป็นสีน้ำตาลอ่อนทุกก้อน ลดความร้อน
อบไฟ 40 องศาเซลเซียส 10 นาที หน้าขนมปังทุกก้อนยังคงเป็นสีน้ำตาลอ่อน
พักในเตา 5 นาที ขนมปังทั้งก้อนร่อนออกได้ โดยไมติดพิมพ์ด้านข้าง

ขนมปังหอคอยเบียดกัน ลักษณะเมื่ออบออกมาแล้ว
ขนมปังขยายตัวสูงและเบียดกันเต็มถาดพิมพ์ ขนมปังแต่ละก้อนมีขนาดโดยประมาณ  กว้าง 1.6 นิ้ว สูง 2.4 นิ้ว ( 4 x 6 ซม.) ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นขนมปังที่เกาะติดกันแน่น แต่ที่จริงแล้ว ดึงออกจากกันได้อย่างง่ายดาย นับเป็นขนมปังทรงแปลกตาที่ได้จากการอบในเตาอบเล็กๆ แต่มีที่ว่างด้านบนพอให้ขนมปังขยายตัวสูงขึ้นได้ จนเป็นขนมปังหอคอยเบียดกันดังภาพนี้

ไอศกรีมสตรอเบอรี่ จากผลไม้สดแช่แข็ง

ไอศกรีม สตรอเบอรี่ครีมนมสด
รสหวานอมเปรี้ยวตามธรรมชาติ ไม่เติมน้ำตาล

ส่วนผสม
1. ผลสตรอเบอรี่สดแช่แข็ง 2 ถ้วย
2. ครีม (เฮฟวี่ครีม) แช่แข็ง 1/2 ถ้วย
3. นมแช่แข็งขนาดก้อนน้ำแข็งเล็กๆ 1/2 ถ้วย
แช่แข็งส่วนผสม 12-24 ชั่วโมง

เตรียมทำไอศกรีมสตรอเบอรี่ครีมนมสด
เริ่มด้วยการเตรียมเครื่องทำไอศกรีมผลไม้ให้พร้อม 
วางถ้วยใบกลมๆ ไว้รองรับไอศกรีม 
จากนั้น ใส่ส่วนผสมตามลำดับ ลงในท่อที่มีกรวยบดปั่นอยู่ด้านล่าง กดเปิดเครื่องทำงาน ใช้กระบอกกด เบาๆ ให้ส่วนผสมลงไปในท่ออย่างต่อเนื่อง

วิธีทำไอศกรีมสตรอเบอรี่ครีมนมสด
1. ใส่สตรอเบอรี่แช่แข็ง 1 ถ้วย
2. เติมครีมแช่แข็ง
3. ใส่สตรอเบอรี่แช่แข็ง 1 ถ้วย
4. เติมนมก้อนน้ำแข็ง

รอสักครู่ สตรอเบอรี่ นม และครีม จะถูกปั่นออกมาเป็นสาย ลงในถ้วยกลม 
ใช้มือหมุนถ้วยให้รองรับไอศกรีมเป็นรูปก้นหอย ได้เต็มที่ 

จากนั้น
ทานไอศกรีมสตรอเบอรี่ธรรมชาติแท้ๆได้ทันที หรือ 
ใส่ลงในกล่องพลาสติก นำเข้าช่องแช่แข็งสัก 1 ชั่วโมงก่อนเสริ์ฟก็ได้


หรือว่าจะเป็นสูตรผลไม้ล้วนๆ ด้วยการ เติมกล้วยหอมแช่แข็ง แทนครีม ดังนี้

ไอศกรีม สตรอเบอรี่กล้วยหอม
ส่วนผสม 
1. กล้วยหอม แช่แข็ง 2 ลูก 
2. สตรอเบอรรี่ แช่แข็ง 3/4 ถ้วยตวง
วิธีทำ
1. เตรียมกล้วยหอมแช่แข็ง ปอกเปลือกออกก่อน 
หั่นกล้วยหอมเป็นชิ้นๆ หรือไม่ก็ได้ 
โดย วางกล้วยหอมลงบนภาชนะ 
เว้นระยะไม่ให้กล้วยหอมติดกัน 
เข้าช่องแช่แข็งของตู้เย็น 1 คืน
2. เตรียมผลสตรอเบอรี่ แช่แข็ง  นาน 1 คืน
3. เตรียมเครื่องทำไอศกรีมผลไม้ 
- ใส่ กล้วยหอม 1 ลูก 
- ตามด้วย ผลสตรอเบอรี่ ทั้งหมด 
- และ ปิดท้ายด้วยกล้วยหอมลูกที่สอง